บทสัมภาษณ์ “ไบร์ท วชิรวิชญ์” มุมมองความนึกคิดแบบชิคๆที่แอบแฝงไว้ภายในตัว “สารวัตร”

ไหนผู้ใดกันอยู่กลุ่มภรรยาสารวัตร มาทางนี้แรง! ไม่เอ่ยถึงเขาคนนี้มิได้จริงๆสำหรับ ไบร์ท-วชิรพีชญ์ ชีวอารี ที่เปลี่ยนเป็นผู้แสดงนำชายเบอร์ปัจจุบันที่ฮอตร้อนฉ่ากว่าอากาศประเทศไทย ในหน้าที่ของ สารวัตร ชายหนุ่มหล่อชื่อมีตำแหน่งแต่ว่าจริงๆเพียงแค่มีมาดจากซีรีส์เรื่องดัง เนื่องจากว่าพวกเราคู่กัน 2gether The Series หรือ กั้นข้า ที่สาวกรี๊ดอีกทั้งในซีรีส์และก็ชีวิตจริง ด้วยรูปลักษณ์ความหล่อคมคายแบบลูกครึ่งที่พอดี แสนมีติดอยู่ริสม่าก็ทำให้เขาแปลงเป็นที่เอ๋ยถึงอยู่ปัจจุบันนี้ แถมซีรีส์ กั้นฉัน ก็กระแสแรงไม่หยุด พุ่งทะยานกันทุกตอนอีกด้วย

อย่างนี้แล้ว เรา ก็ต้องการจะพาตัวชายหนุ่มไบร์ท ตัวเป็นๆมาจับหัวเข่านั่งคุยเอ๋ยถึงตัวตนให้ได้ทราบจะกันมากยิ่งขึ้นอย่างยิ่ง แม้กระนั้นในตอน Social Distancing ที่ทุกๆสิ่งทุกๆอย่างจำต้องเว้นระยะห่างอย่างงี้ พวกเราก็ทำเป็นเพียงแต่ต่อสายขอคุยสัมภาษณ์แบบเจาะลึกผ่านเสียง เพื่อทำความรู้จักความเป็น ไบร์ท วชิรพีชญ์ กันแบบเต็มกำลัง มองเห็นมาดนิ่งๆในซีรีส์อย่างงี้แล้ว ชายหนุ่มคนนี้เรียกว่าคุยเก่งเอาการ …แต่จะเกิดเรื่องอะไรที่พวกเราเอามาฝากกันบ้าง ตามไปที่บทสัมภาษณ์ให้เต็มที่แบบจุกๆได้เลยแรง

กล่าวถึงการมารับบทเป็น สารวัตร ใน กั้นฉัน หน่อย ก่อนมาเล่นคิดมั้ยว่าผลตอบรับจะเยอะมากขนาดนี้

ไบร์ท วชิรวิชญ์

“มิได้คิดเลยนะครับ เพียงแค่รู้สึกว่าคงจะมีคนรู้จักกันพวกเรามากยิ่งขึ้น แฟนนิยายก็มากอยู่ที่รอดู แต่ว่าก็ไม่คิดว่าจะมีคนตามเข้ามามองมากมายขนาดนี้ เป็นผู้ที่มิได้อ่านนิยายด้วย การมาเป็นสารวัตรนับว่าคนแก่เปิดโอกาส ก็คือคนแก่ก็มาถามนี่แหละว่ามีบทนี้นะ พึงพอใจมั้ย”

การบรรลุเป้าหมายช่วงนี้ ส่วนตัวเราคิดมั้ยว่ากำลังขยับเข้าไปอีกขั้นในแวดวงนี้แล้ว

“อืม มันก็มิได้เชิงอีกขั้นขนาดนั้น เพียงแค่มีความคิดว่าเดี๋ยวนี้มีงานมากยิ่งขึ้น แม้กระนั้นก็คิดว่าได้ดำเนินงานกับคนนานาประการขึ้น ได้พบคนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ มีคนดูพวกเรามากเพิ่มขึ้น จะทำอะไรก็จะต้องรับผิดชอบมากเพิ่มขึ้น นี่แหละที่มันแปรไป”

จริงๆไบร์ทก็เข้าแวดวงมายาวนานหลายปีแล้ว แต่ว่าพอเพียงมาเล่นซีรีส์วาย กระแสพวกเราก็พุ่งขึ้นมาเลย เคยคิดแวบเข้ามาในหัวมั้ยว่า “ทราบแบบงี้เล่นแนวนี้ตั้งนานแล้ว”

“ไม่ขอรับ ผมมิได้คิดว่าที่มันพุ่งขึ้นมาเนื่องจากซีรีส์วาย มันเป็นเนื่องจากว่าส่วนประกอบของหัวข้อนี้มากยิ่งกว่า ตลอดตัวนิยายเอง ทั้งเพื่อนผู้แสดงอีกทั้งผู้กำกับ มันช่วยส่งให้เนื่องจากว่าพวกเราคู่กันมันดี คนถูกใจ กระแสมันก็เลยดียิ่งขึ้นมา หากสมมุติว่าผมไปเล่นที่ไม่ใช่ประเด็นนี้ บทนี้ ก็อาจจะมันก็บางครั้งอาจจะมิได้มีคนพอใจมากมายพอๆกับการที่ผมมาเล่นเป็นสารวัตร”

เคยมีแนวนี้ติดต่อไปที่ผ่านมามั้ย

“ไม่มีครับผม หรือมีแต่ว่าจำไม่ได้ก็ไม่เคยรู้”

“สารวัตร” แปลง “ไบร์ท” ไปในทางไหนบ้าง

“เปลี่ยนแปลงนะ หน้าที่การงานด้วย สารวัตรก็ทำให้พวกเรามีคนรู้จักกันมากขึ้นอีก ทำให้พวกเราได้ทราบจะผู้แสดงตัวนึง ที่เขาถูกใจเพศชายนะ แล้วพวกเราก็ทดลองไปรักเพศชายมอง ได้ทดลองไปสัมผัสกับมุมมองความรักอีกแบบหนึ่ง จากช่วงแรกที่พวกเราบางครั้งอาจจะเคยได้เห็นแต่ว่าไม่เคยรู้เรื่องเขา วันนี้พวกเราก็ได้รู้เรื่องเขามากเพิ่มขึ้น ได้ทดลองไปสัมผัสเขามาด้วย จริงๆก็ผูกพันอยู่นะ มันมิได้มีตัวตนหรอก แม้กระนั้นมันก็เป็นคนคนนึงที่เวลาพวกเราทำความเข้าใจกับเขา ก็ราวกับพวกเราได้เปลี่ยนความนึกคิดกันเปลี่ยนแปลงมุมมองกัน”

ถ้าเกิดสารวัตรมีตัวตนจริงๆรู้สึกว่าพวกเราจะเป็นเพื่อนเขามั้ย

“เนื่องจากว่าส่วนตัวสำหรับเราคล้ายคลึงกันมากมาย พวกเราก็เป็นเพื่อนกันได้นะ แม้กระนั้นน่าจะเป็นแถวที่พบก็พบ คุยก็คุย ไม่คุยก็ไม่คุย ต่างคนต่างอยู่ เจอหน้าก็มาเจอะกัน อาจเป็นพวกที่มีโลกส่วนตัวสูง แม้กระนั้นก็เป็นเพื่อนกันได้ ก็อาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีแบบเชิญกันไปเตะบอล ฝึกซ้อมดนตรีกัน แม้กระนั้นทั่วๆไปก็น่าจะมิได้มานัดเจอะกัน ก็ต่างคนต่างอยู่”

ในตอนนี้พวกเราดังจากซีรีส์วาย กลัวคนติดภาพเวลาพวกเรากลับไปเล่นชายหญิงมั้ย

“ไม่นะครับ เวลาสวมบทบาทละครอะไร ผมก็มีความคิดว่าอาชีพของผมเป็นดาราหนัง พวกเราก็ทำให้เต็มกำลังในหน้าที่ที่ได้รับ ส่วนชีวิตภายนอกผมก็คือไบร์ท วชิพระอาทิตย์ชญ์ ที่เป็นผู้แสดงนี่แหละขอรับ เมื่อหมดประเด็นนี้ แล้วมีเรื่องมีราวใหม่ ผมก็มิได้เป็นสารวัตรแล้ว จำต้องไปเป็นผู้อื่นต่ออีก มันก็เป็นคนใหม่ไปเรื่อยผมมีความคิดว่าถ้าหากพวกเรารู้เรื่องงานจริงๆในเรื่องใหม่พวกเราเป็นตัวละครใหม่ คนก็จะจำพวกเราในนักแสดงใหม่ไม่ติดภาพสารวัตรแล้ว”

มากล่าวถึงจุดกำเนิดที่เข้าแวดวง ไบร์ทเข้ามาในแวดวงนี้ได้อย่างไร

“ก็เริ่มมาจากเป็นผู้ดำเนินรายการรายการสตอเบอปรี่ครับผมขนมเค้กที่มีพี่พัตเตอร์ มีน้ำตาลที่อยู่ค่ายเดียวกันในเวลานี้ เสมือนเขามองเห็นผมใน Facebook เขาก็ทักมามีรายการถามโฆษกใหม่อยู่ พึงพอใจมาแคสดูมั้ย และก็ไปแคส เพียงเท่านี้แล้วมันก็ได้เข้ามาแบบงงเต็กๆ(หัวเราะ) มีคนยื่นจังหวะมาให้ ไปวิ่งแคสงานบ้าง โน่นนี่โน่น มันก็ราวกับพัดผมมาเรื่อยจนกระทั่งปัจจุบันนี้”

เพียงพอเริ่มทำมาครู่หนึ่ง จุดเปลี่ยนที่พวกเรามีความคิดว่า แวดวงรื่นเริงนี่แหละเป็นที่ของพวกเรา

“มีนะ ก็คงจะเป็นช่วงๆในขณะที่ดคอยปเรียนวิศวะ จริงๆผมมิได้ซิ่วเลย แต่ว่าผมดคอยปก่อน มาดำเนินการสิ่งเดียวปีนึง ทีแรกๆผมเรียนที่ (TEPE) วิศวกรรมฯ อินเตอร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ไม่ใช่ (SIIT) นะ เป็นหลักสูตรของมหาวิทยาลัยเลย เรียนได้ 1 ปีแล้วในขณะนั้นผมถ่ายละครรวมทั้งจำเป็นต้องสอบด้วยซึ่งมันหนักมากมาย หนักแบบจะตายแบบผมจะต้องเข้าโรงหมอน้ำหนักลงเหลือแค่กระดูก นอนเกือบจะมิได้นอน แล้วอ่านหนังสือมันก็ค่อนข้างจะหนักสำหรับแผนกวิศวะ ก็แบบงานมันเยอะแยะว่ะ พวกเราทดลองดรอคอยปดูก่อนไหม ขณะนั้นยังไม่กล้าซิ่ว มาทดลองปฏิบัติงานทางนี้ก่อนว่าได้ไหม แล้วงานมันก็เข้ามาเรื่อยเริ่มมองมีทางว่าพวกเราคงจะทำนี้ได้ ถ้างั้นพวกเราก็เลือกเรียนสาขาอื่นดียิ่งกว่า ก็คิดว่าพวกเราก็คงจะมิได้เป็นวิศวะแล้วล่ะ ในเมื่อพวกเราต้องการทำที่ตรงนี้มากยิ่งกว่า ก็เลยย้ายที่เรียนมาให้ตรงสาขาที่พวกเราปฏิบัติงานไปด้วยได้ ที่มัธยมกรุงเทวดา กล้วยน้ำไท สาขา Marketing อินเตอร์ขอรับ

แต่ว่าที่มันทำให้เชื่อมั่นอีกอย่าง เป็นพวกเราไม่ต้องการตื่นไปเรียน คิดว่าเป็นวิศวะบางทีก็อาจจะไม่สนุก แม้กระนั้นพวกเราไม่เบื่อช้าที่พวกเราออกมาถ่ายซีรีส์หรือออกไปถ่ายรายการ ออกไปพบคน ออกไปพบแฟนๆมันไม่ทำให้พวกเราเบื่อเลย มันมิได้แล้วมันมิได้ขี้เกียจคร้านเสมือนจะไปเรียน ผมถูกใจอันนี้ล่ะ ราวกับมีคนเคยกล่าวว่าดำเนินการที่พวกเราแฮปปี้ก็โอเคแล้ว เอ้อเสมือนพวกเราพบงานที่พวกเราสุขสบาย ราวกับที่เขาพูดว่าไม่ต้องเลยร่ำรวยมากมาย แม้กระนั้นแบบตื่นมาแล้วต้องการไปทำก็คือพบแล้วครับผม …พวกเราเคยรับรู้มาตั้งแต่เด็ก ที่เขาถูกใจบอกว่าดำเนินการที่แฮปปี้ ปฏิบัติงานในสิ่งที่พวกเราถูกใจ ตอนเด็กๆพวกเราหาไม่พบยังไงเนื่องจากพวกเราเรียนสายวิทย์ แล้วพวกเราเพิ่งจะมารู้ว่า อ้อ สิ่งที่พวกเราถูกใจมันไม่ใช่วิศวะแต่ว่ามันเป็นทางนี้มากยิ่งกว่า”

เคยดูตนเองเองเมื่อ 10 ปีกลาย กับตนเองในตอนนี้มั้ย ว่าพวกเรามาถึงจุดนี้แล้ว

“ถ้าหากไปพูดคนเดียวเมื่อ 10 ปีกลายว่าวันนี้พวกเราจะเป็นแบบนี้มันอาจขำกลับมา (หัวเราะ) ไม่มีตรงเลย”

แล้วดูตนเองในอีก 10 ปีด้านหน้าว่ายังยังไงบ้าง

“ไม่รู้เรื่องเลยนะครับ อีก 10 ปีนานมาก ผมมิได้มองดูอะไรไกลขนาดนั้น แล้วคิดว่าตนเองก็แปรไปในทุกปีๆแพลุกลนที่คิดจะทำมันก็เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยตามสิ่งที่พวกเรามองเห็นผู้ที่พวกเราโตขึ้นด้วย มันเดายากผมว่า 10 ปีนานไป แต่ว่าหากเลือกได้ก็ต้องการทำในแวดวงรื่นเริงต่อครับผม ต้องการจะเป็นผู้แสดงอายุ 33 ที่ยังเล่นละครอยู่ ถ้าเกิดงานอันอื่นในแวดวงที่ต้องการจะทำ ก็อาจเป็นเกี่ยวกับดนตรีนะครับ แม้กระนั้นอย่างงานเบื้องหน้าเบื้องหลังพวกเราก็มิได้เรียนทางนี้มาโดยตรงนะ แม้กระนั้นก็เป็นคอหนัง ถูกใจเล่าเรียน ถ้าหากในช่วงเวลานั้นมันได้โอกาสก็ต้องการจะทดลองดู มิได้ขัดขวางครับผม”

คนชิคๆในมุมมองไบร์ทเป็นเป็นคนแบบไหน

“อาจจะเป็นแบบเก๋ๆป่ะ ไม่รู้เรื่องอ่ะ อาจจะแบบเก๋ๆไม่เคยทราบจะชี้แจงอันอื่นอะไรเลย (ถ้าเกิดแบบไทน์ล่ะ) ไอ้ไทน์มันมีความคิดว่าตนเองชิคแต่ว่ามันไม่ชิคยังไง (หัวเราะ)”

ทดลองบอกคำจำกัดความกับเพศชายที่ชื่อ “วชิรำไพชญ์” หน่อย

“(หัวเราะ) คำนิยามของผมก็คือ ให้ความหมายมิได้ เนื่องจากผมก็ไม่ทราบเช่นกัน (หัวเราะ) ผมเป็นผู้ที่มองเห็นตนเองตลอดระยะเวลา มากไม่น้อยเลยทีเดียวไปหมด จำเป็นต้องให้บุคคลอื่นนิยามผมแล้วล่ะว่ามองเห็นผมมุมไหน ผมไม่ทราบจะบอกถึงตนเองอย่างไรเลย มันเต็มไปหมด บางวันก็นิ่ง บางวันก็ดีแล้วด บางวันไม่ดีด บางวันดีแล้ว บางวันไม่ดี บางวันถูกใจรับประทาน บางวันรับประทานมากมายบางวันก็ไม่รับประทาน พวกเรามองเห็นหลายแบบมากมายพวกเราเลยไม่เคยรู้ว่าอันไหนเป็นพวกเรา”

ในความเป็นจริงแล้วรู้สึกว่าตนเองเป็นผู้ที่เข้าถึงง่าย หรือเข้าถึงยาก?

“เป็นผู้ที่บางทีอาจจดูมีกำแพงเยอะแยะ แต่ว่าหากเขาถูกทางก็คือเข้ามาเลย มันมีประตูอยู่ ถ้าหากเขามาถูกทางก็จะเข้ามาได้ ผมไม่มีกำแพงแม้กระนั้นมีประตู กับบางบุคคลพวกเราก็จะมีความคิดว่าคลิกเลย คุยง่าย แต่ว่าบางบุคคลพวกเราก็มีความรู้สึกว่าไม่รู้เรื่องจะคุยอะไรกับเขา”

มีความคิดว่าเสน่ห์ของตนอยู่ที่ไหน

“ไม่เคยรู้เลยนะครับ จริงๆตอนเด็กๆผมโดนว่า “สวยว่ะ แม้กระนั้นพอเพียงขยับแล้วขาดเสน่ห์เลย เอ็งไม่ต้องบอกดิ อยู่เฉยๆ” พอเพียงตอนโตมาผมก็เริ่มมองเห็น Comment ว่าพวกเราเป็นคนมีเสน่ห์ จริงๆพวกเราไม่เคยรู้ด้วยว่ามันแปรไปตอนไหน มันมีเสน่ห์ขึ้นมาได้ยังไงอันนี้ก็ไม่รู้เรื่องแบบเดียวกัน จะต้องให้บุคคลอื่นบอกเช่นเดียวกัน (หัวเราะ)”

ในตอนที่มีคนบอก พวกเราขาดเสน่ห์ อย่ายิ้มเลยอยู่เฉยๆเหอะ ขณะนั้นคิดว่ามันเป็นเงื่อนในใจพวกเรามั้ย

“ไม่เลยขอรับ เพื่อนพ้องผมเองนี่แหละที่บอก ไม่มีก็ไม่มี ก็แค่ทราบไว้ว่าไม่มี พวกเราไม่ใช่ผู้ที่ถูกใจคิดอะไรเยอะแยะ พวกเราก็แค่รู้สึกว่าจะต้องทำอย่างไร พวกเราถึงจะเป็นผู้ที่มีเสน่ห์ขึ้นมาได้ ควรเป็นสุภาพบุรุษขึ้นหรอวะ หรือจะต้องลักษณะท่าทางดียิ่งขึ้น ก็มีคิด แต่ว่าก็มิได้เป็นผู้ที่เอาอะไรมาเป็นเงื่อน จะถูกใจมีความรู้สึกว่าทำอย่างไรมันถึงจะดียิ่งขึ้นมากยิ่งกว่า”

จำเรื่องราวที่ทำให้ตนเองรู้สึกไม่ดีได้มั้ย แล้วพวกเรามีแนวทางฮีลตนเองอย่างไร?

“เป็นผมเป็นผู้ที่เวลามีปัญหา พวกเราจะคิดแนวทางแก้ พวกเราจำเป็นต้องแก้ไขปัญหานี้อย่างไร ถ้าเกิดพวกเราทราบวิธีแก้แล้ว ก็จบไม่ต้องไปคิดมันอีก แล้วทดลองทำหากมันไม่เวิร์คก็คิดหาวิธีใหม่ มิได้เอามานอยด์ต่อ หรือถ้าหากมันคือปัญหาที่มันไม่มีวันแก้ อาทิเช่นมีคนมาว่าผม ว่าจองหอง ก้าวร้าวอะไรก็ตาม ที่พวกเราไปแก้เขามิได้ พวกเราก็จำต้องปลดปล่อยผ่าน ปัญหาที่แก้มิได้ก็คือพวกเราก็ไม่เอามาคิดขอรับ”

เคยมีประโยค “ถ้าเกิดไม่ดื้อรั้น ก็ไม่ดุ” คิดมั้ยว่าคนจะถูกใจมากมายขนาดนี้

“ไม่คิดนะครับ (หัวเราะ) ผมก็แค่ตอบไลฟ์เฉยๆผู้ชมร้อยกว่าคนเองมั้ง มันเป็นเวลานานมากแล้วโดยประมาณ 2 ปีครึ่งได้มั้งคลิปนั้น เป็นผมเล่น IG มาผมไม่เคยไลฟ์เลย ตอนนั้นครั้งเดียวเลย วันเกิดเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา และไม่ไลฟ์อีกเลยราวกับคนไปขุดกลับมา แล้วเขาก็พบประโยคนี้เลยเอามาเล่นกัน ผมก็ไม่เคยทราบเช่นกันว่ากลับมาได้อย่างไร ก็ยังคิดอยู่ว่ามีคนเซฟไว้ด้วยหรอ (หัวเราะ) (มองเห็นมีคนเอาทำใส่หน้าไอดอลประเทศเกาหลีหลายๆคนเลย) มิได้มองเห็นนะ มองเห็นอันเดียวเองที่มีคนเอาไปใส่หน้าเพศชายประเทศญี่ปุ่นมั้ง แม้กระนั้นทราบล่ะว่ามีคนเอาไปบรรยายใส่คนอื่นๆ แม้กระนั้นมิได้มองเห็นทั้งสิ้น ทราบว่าเอาไปใส่กันมากมายอยู่ (ขำ)”

มิได้ไลฟ์ IG เลยใช่ไหม แล้วมีสิทธิ์ที่จะไลฟ์เร็วๆนี้หรือไม่

“เนี่ย ดันไปให้คำมั่นคำสัญญาไว้ว่าหากยอดฟอลถึง 2 ล้านแล้วจะไลฟ์ หากมันถึงนะ (ขำ) ถ้าเกิดได้โอกาสก็จะมาไลฟ์ขอรับ ก็ยังไม่รู้เรื่องว่าจะทำอะไรนะก็คงจะนั่งคุยกัน ต้องการทำอะไรวันนั้นก็คงจะทำไม่ทราบเช่นกัน (หัวเราะ)”